ฟังดูเหมือนเป็นคำพูดของคนที่ไม่สนใจไยดีอะไรเท่าไหร่ใช่ไหมคะ แล้วถ้าเป็นในกรณีที่คนพูดเพิ่งทำบางสิ่งบางอย่างผิด-พลาดไป แถมยังเผลอไผลใช้น้ำเสียงยียวน วลีแบบนี้คงยิ่งแต่จะทำให้คนพูดถูกหมั่นไส้เอาได้ง่ายๆ
แต่บางครั้ง -ไม่ใช่สิ - บ่อยครั้งเลยต่างหาก ที่เราควรจะหัดพูด หัดใช้ ไอ้ ‘แล้วไง?' นี่บ้าง ทั้งกับคนอื่นและกับตัวเราเองในสถานการณ์ที่เหมาะสม อย่างเวลาที่เราทำบางสิ่งผิดหรือพลาดไปแล้วอย่างไม่ตั้งใจ หรือในวาระที่เรียกได้ว่า จนปัญญาจริงๆ
กับตัวเองนี่ยิ่งสำคัญ สำคัญกว่าที่หลายคนคิด
เป็นเวลาหลายปีทีเดียวที่ฉันมีชีวิตอยู่อย่างคนที่ทำใจยอมรับกับความผิด-พลาดของตัวเองไม่ค่อยได้
เมื่อผิดเมื่อพลาดกับเรื่องใดสักเรื่องแล้ว จะเลิกคิดถึงมันไม่ได้ ทุกข์กับมันมากกว่าและนานกว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุด เพราะมันมีแต่ข้อเสีย เสียเวลา(ซึ่งเป็นสิ่งมีค่ามาก) เสียสุขภาพจิตที่จะส่งผลไปถึงสุขภาพกายได้ง่ายๆอีกด้วย...ยังไม่รวมถึงผลเสียที่กระทบไปถึงคนที่แวดล้อมเราอยู่
ดีที่เดี๋ยวนี้อาการดีขึ้นมาก เหลือแค่คิดมากในเรื่องที่ควรคิด และคิดน้อยลงกับเรื่องที่ผ่านพ้นจนไม่อาจแก้ไข
คนเราคงไม่ได้มีเวลาบนโลกมากพอที่จะมานั่งแก้ไขหรืออธิบายทุกความผิดพลาดในอดีตจริงไหม เวลาที่เหลือน่าจะเอามาอยู่กับปัจจุบันและป้องกันความผิดพลาดในอนาคตมากกว่า
The ability to let go นี่บางทีก็เป็นเรื่องใหญ่กว่าที่ใครๆให้ความสำคัญ มันมีผลต่อ self-esteem ซึ่งในที่สุดก็กระทบไปถึงทุกกิ่งก้านสาขาของชีวิต เพราะมันก็คงจะหมายความรวม ไปถึงการให้อภัยตนเองด้วย นอกเหนือจากการปล่อยวาง...
ทั้งนั้นทั้งนี้ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ลงตัวได้โดยไร้ความพอดี
ถ้า ‘แล้วไง?' บ่อยไป แถมยัง ‘แล้วไง?' กับเรื่องเดิมๆซ้ำๆ ก็คงไม่เป็นประโยชน์อีกต่อไปแล้ว
ฉะนั้นเราจึงต้องใช้ ประโยชน์ของ ‘แล้วไง?' ให้ถูกที่ ถูกทาง ถูกเวลา ถูกความถี่ด้วย
มันถึงจะเรียกว่าได้ ใช้ ประโยชน์
เมื่อกี้เพิ่งส่ง e-mail ถึงพี่คนหนึ่งซึ่งฉันชื่นชมผลงาน
ทั้งๆที่อุตส่าห์ใช้เวลาร่างเนื้อความของจดหมายนานเป็นชั่วโมงๆ สุดท้ายพอส่งไปแล้วกลับมาเปิดดูใหม่ก็ยังเจอความผิดพลาดที่ทำให้นึกอยากเขกหัวตัวเอง
มีคำหนึ่งที่สะกดผิดด้วยความไม่รู้และไม่ระวังที่จะตรวจตราให้ดี
แวบหนึ่ง มีสองเสียงดังขึ้นขัดแย้งกันภายใน
"แต่มันก็ส่งไปแล้วนี่นา"
"แต่ว่ามันผิดนะ"
และแล้วเสียงที่ชนะก็คือเสียงที่พูดว่า
"แล้วไง ?"
(ครั้งนี้ที่ใช้ได้ ก็เพราะมั่นใจว่าฉันจะไม่มีวันสะกดคำๆนั้นผิดอีก จนตลอดชีวิต)